All of Us Are Dead คนดูเยอะ แต่ฟีตแบ็คไม่ดี

ซีรี่ย์เกาหลีแนวซอมบี้ที่มีการฉายทาง Netflix ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต้นปีนี้ คงได้ยินหลายคนพูดกันถึงเรื่องเกี่ยวกับมัธยมซอมบี้ ที่ยังคงมีกระแสเกี่ยวกับหนังซอมบี้เกาหลีมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น Train to Busan ที่ได้รับความนิยมไปแล้วทั่วโลกและอีกต่อมายังมีซีรี่ย์ฟอร์มยักษ์อย่าง Kingdom ที่หลาย ๆ คนติดกันหนึบหนับจนต้องกลับมาดูอีกหลายรอบเพื่อที่จะรอให้ภาคต่อมาเปิดฉายเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตามในหนังของเรื่องมัธยมซอมบี้ แม้จะได้รับความนิยมและมีคนดูมากมายด้วยกันแต่ก็ยังมีเรื่องที่ขัดใจผู้ชมอยู่ในหลาย ๆ เรื่องและถือว่าไม่ใช่ฟิตแบคที่ดี เรามาพูดกันไปทีละข้อเกี่ยวกับเรื่องที่น่าขัดใจของเรื่องราวเหล่านี้กัน

All of Us Are Dead ที่มาของไวรัสที่ไม่โอเคเท่าไหร่

all-of-us-are-dead

หนังสยองขวัญอย่างที่คุณรู้แล้วว่าที่มาของไวรัสจากเรื่องนี้มาจากการที่พ่อทนเห็นลูกชายถูกกลั่นแกล้งไม่ได้คุณพ่อที่รับบทเป็น ลีบยองซาน คุณครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ได้ตัดสินใจในการสร้างไวรัสพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ลูกชายของเขานั้นมีร่างกายที่แข็งแรงและสามารถต่อสู้หรือตอบโต้เหล่านักเรียนที่เข้ามาทำร้ายร่างกายของเค้าได้ ซึ่งเค้ามองว่าการสร้างไวรัสตัวนี้อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แน่นอนว่าเกิดมาจากความรักและความปรารถนาดีจากผู้เป็นพ่อแต่หากคุณมองมาในทางกลับกันในส่วนของคุณดูคุณจะรู้สึกอยู่แล้วว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่โง่ที่สุดและอาจจะนำมาซึ่งความฉิบหายและย่อยยับกันทั้งบาง

ซึ่งทางผู้สร้างได้ให้เหตุผลว่าการที่นำเรื่องการบูลลีในสังคมเกาหลี ขึ้นมาเป็นประเด็นในเรื่องนี้ก็เพื่อที่จะรณรงค์ไม่ให้เกิดการบูลลีกันในสังคมนักเรียนเพราะว่าในประเทศเกาหลีถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการบูลลีเกิดขึ้นในโรงเรียนค่อนข้างเยอะและมีการบูลลีค่อนข้างหนัก ซึ่งทางผู้ดูรู้สึกว่ามีความขัดหูขัดตาตรงที่ดูก็รู้อยู่แล้วว่าการทำแบบนี้จะทำให้เกิดผลเสียตามมา แต่สิ่งที่ขัดใจมากที่สุดก็คือฉากที่พ่อของเขาที่ได้นำลูกของตัวเองออกมาจากโรงพยาบาลโดยการยัดลงในกระเป๋าเดินทางซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลนั้นว่ามีความหละหลวมได้ขนาดนี้เลยเชียวหรือ

วัยรุ่นวุ่นรักและทักษะในการใช้ชีวิต

อีกหนึ่งสิ่งที่ขัดหูขัดตาก็คือเรื่องราวความขัดแย้งของวัยรุ่นที่มีความรักสามเส้าเข้ามาเกี่ยวข้องมีการแอบชอบผู้หญิง และผู้ชาย และเกิดความวุ่นวายในความสัมพันธ์ ฮอร์โมนที่พลุ่งพล่าน นำไปสู่การตัดสินใจที่วู่วามไม่รอบคอบ จนเกิดเหตุการณ์ให้คนดูนั่งเกาหัวในระหว่างที่กำลังเผชิญกับเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นอยู่ โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมัธยมซอมบี้นี้ เหล่านักเรียนต้องเผชิญกับซอมบี้ที่พยายามจะกินเขาอยู่ตลอดเวลาแต่ดูเหมือนว่าตัวนักเรียนเหล่านี้ไม่มีทักษะในการเอาตัวรอดเท่าที่ควรทั้ง ๆ ที่ควรจะเคยมีความรู้ในเรื่องของการรับมือ เราซอมบี้มาบ้างแล้วจากการดูหนัง แต่เมื่อถึงสถานการณ์ซอมบี้ระบาดในโรงเรียนตัวพวกเขากลับทำอะไรไม่ถูกและยิ่งไปกว่านั้นเราซอมบี้ก็เป็นเพื่อนนักเรียนหรือคุณครูที่ทุกคนรู้จักจึงทำให้การตัดสินใจของตัวละครไม่มีความเฉียบขาดจนทำให้เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาและกลายเป็นความล่าช้าจนทำให้คนดูรู้สึกขัดใจเป็นอย่างมากหากคุณเคยมีประสบการณ์ในการดูหนังซอมบี้มาแล้วจำนวนมากคุณจะรู้ว่าหลายเรื่องก็มักจะมีเรื่องราวที่ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดแบบเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นความโง่ของตัวละครที่นำพาทุกคนเข้ามาสู่อันตรายหรือการตัดสินใจที่ผิดพลาดจนนำไปสู่ความตายของเพื่อน

บทสรุป All of us are dead หนังซอมบี้ที่น่าขัดใจ

แต่หากมองในมุมที่พยายามจะเข้าใจแล้วเราก็คงจะต้องคิดว่าเหล่านักเรียนยังอายุน้อยและยังไม่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากเท่าที่ควรจึงเกิดเหตุการณ์น่ารำคาญเหล่านี้เกิดขึ้น ตลอดจนการจัดการกับตัวซอมบี้และผู้ที่เป็นเพื่อนที่ติดเชื้อและกลายร่างเป็นซอมบี้ตัวละครเห็นได้ชัดว่าจมอยู่กับอารมณ์กับความอะไรอาวรณ์มากจนเกินไปจนนำความเดือดร้อนมาให้กับเพื่อน ๆ รอบข้าง

อย่างไรก็ตามหากคุณดูแบบไม่คิดอะไรมากหรือไม่หาเหตุผลในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ มากจนเกินไปหนังเรื่องนี้ก็ถือว่ายังมีความสนุกอยู่บ้างและสำหรับใครที่ยังไม่เคยได้รับชมสามารถเข้าไปรับชมย้อนหลังได้ที่ Netflix